ดูบทความโครงการพระราชดำริเขื่อนป่าสักชลสิทธ์

โครงการพระราชดำริเขื่อนป่าสักชลสิทธ์

หมวดหมู่: บทความทั่วไป

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก 

 นับจากอดีตมาแล้วที่ผู้คนสองฟากฝั่งลุ่มน้ำป่าสักได้ใช้ประโยชน์ ในการ ดำรงชีวิต จากลำน้ำแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคนจากต้นกำเนิดทางหุบเขาแถบจังหวัดเลย ไหลเรื่อยผ่านป่าใหญ่และทุ่งกว้างลักษณะแคบเรียวยาว สู่เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และ มาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยุธยานับความยาวได้ประมาณ 513 กิโลเมตรปริมาณน้ำที่เอ่อล้นในบางฤดูของปีหรือบางครั้งลดแห้งจนมองเห็นเนินทราย นับเฉลี่ยได้ประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีบนพื้นที่ลุ่มน้ำกว่า 14,520 ตารางกิโลเมตร นับว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 13ในจำนวน 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยเหลือราษฎรที่อยู่ในแถบลุ่มน้ำป่าสักที่ต้องเผชิญกับปัญหาความแห้งแล้ง ขาดน้ำเพื่อการเกษตรในบางปี และในบางปีต้องประสบกับอุทกภัย ยังความเดือดร้อนสู่ราษฎรนับ จากลุ่มน้ำป่าสักไปจนถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา หรือแม้แต่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
Pasak dam construction

เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมได้เริ่มฉายชัดขึ้นที่ละน้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2532 ให้กรมชลประทานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกและเพื่อบรรเทาปัญหา อุทกภัยที่เกิดขึ้นโดย กรมชลประทานได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ศึกษาความ เหมาะสม และผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมรวมทั้งแผนปฏิบัติการการแก้ไขและ พัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ  อันเนื่องมาจากพะราชดำริ เป็นแกนกลางในการดำเนินงานและสนับสนุนงบประมาณ โดยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2537 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบ ให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดำเนินงานโครงการ ก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ซึ่งทางกรมชลประทานได้เริ่ม ทำการก่อสร้างเขื่อนตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2537 เป็นต้นมา

 

Train cross Pasak dam

 

 เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ 

การก่อสร้าง ตัวเขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อนดิน แกนดินเหนียว ความยาวประมาณ 4,860 เมตร ระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ +43 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณ กักเก็บ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 105,300 ไร่ อยู่ ในเขต 2 จังหวัด รวม 4 อำเภอ 15 ตำบล 65 หมู่บ้าน ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 7,700 ครอบครัว แต่เขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักมีประโยชน์อย่างมากต่อส่วนรวม คือเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของชุมชนต่างๆ ในเขตจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรีเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ชลประทานที่จะเกิดขึ้น ใหม่ในเขตสองจังหวัดดังกล่าว 135,500 ไร่เป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับพื้นที่โครง การชลประทานเดิมในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างเนื้อที่ประมาณ 2,200,000 ไร่เป็นแหล่งน้ำช่วยเสริมเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งยังช่วยป้องกันอุทกภัย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย 

 life after complete Pasak dam

 

ธีรทัศน์ โรจนนาค
Teeratus Rojananak : t0861246000@hotmail.com

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์.  เข้าถึงเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2561, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 

23 เมษายน 2564

ผู้ชม 1413 ครั้ง